วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

เทคนิคการเรียน English จากเพลงค่ะ (Learn English with Music)



เทคนิคการเรียน English จากเพลงค่ะ (Learn English with Music)




สอนแปลเพลง ขอเวลาลืม เป็นภาษาอังกฤษ



สอนแปลเพลง ขอเวลาลืม เป็นภาษาอังกฤษ




ชนิดของงานเขียน (Text Types)


ชนิดของงานเขียน  (Text Types)

วิธีการเรียบเรียงเนื้อหาในการเขียน ซึ่งมีโครงสร้างที่เป็นแบบแผน มีคุณลักษณะและมีองค์ประกอบหลักที่ใช้การเขียนสำหรับรูปแบบนั้น  จุดประสงค์ในการเขียนมีหลายประการตามความต้องการของผู้เขียนซึ่งจะเป็นตัวกำหนดรูปแบบการเขียน จุดประสงค์ในการเขียนโดยทั่วไปมีผู้รวบรวมไว้ดังต่อไปนี้

การเขียนแบบบรรยาย ( Descriptive writing) ในการเขียนเรียงความเชิงพรรณนา จะต้องถ่ายทอดให้เห็นเสมือนได้สัมผัส มองเห็น ได้กลิ่นการได้ยินหรือได้รสชาติ ถ่ายทอดความรู้สึกให้ผู้อ่านมองเห็นภาพ สัมผัสได้และเพื่อให้ข้อมูลเพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับผู้อ่าน
การเขียนเล่าเรื่อง ( Narrative writing) เป็นข้อเขียนที่เล่าเรื่องราวที่เป็นจริงหรือแต่งขึ้น ประกอบด้วย การเล่าเรื่องชีวประวัติ ของบุคคลต่างๆ เป็นการเล่าเรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์สำคัญของชีวิตบุคคล การเล่าเรื่องที่เป็นบันเทิงคดี (Fictional narrative) เป็นการเล่าเรื่องที่ผู้เขียนแต่งขึ้น และการเล่าเรื่องส่วนบุคคล  (Personal narrative)  เป็นการเล่าเรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์สำคัญในชีวิตของผู้เขียน งานเขียนอธิบาย (Expository) เป็นข้อเขียน
งานเขียนที่เป็นสารสนเทศ (Information report) เป็นข้อเขียนที่ให้สารสนเทศตามลำดับที่เป็นเหตุผลเป็นการรายงานข้อมูล จะระวังในเรื่องของการวางแผนดำเนินเรื่อง แต่ละเนื้อหาจะเชื่อโยงกันเป็นพารากราฟและจะสรุปใจความสำคัญไว้ในประโยคสุดท้าย
การเขียนโน้มน้าว (Persuasive) เป็นข้อเขียนที่นำเสนอความคิดเห็นของผู้เขียนและพยายามโน้มน้าวให้ผู้อ่านเห็นด้วย ประกอบด้วย เรียงความที่เป็นความคิดเห็น (Opinion essay) เป็นข้อเขียนที่แสดงความคิดเห็น ทรรศนะ หรือความเชื่อของผู้เขียนที่ไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าเป็นข้อเท็จจริง เรียงความที่กล่าวถึงปัญหาและการแก้ไข (Problem-solution essay) เป็นข้อเขียนที่กล่าวถึงปัญหาและโน้มน้าวผู้อ่านให้เชื่อว่า วิธีการแก้ปัญหาของผู้เขียนสามารถแก้ปัญหาได้เรียงความที่กล่าวถึงการสนับสนุนและการคัดค้าน (Pro-con essay) เป็นข้อเขียนที่ประเมินข้อดี ข้อเสียของความคิดหรือสถานการณ์
งานเขียนประเภทกลอนหรือกวี (Poetry writing) สามารถแบ่งลักษณะของประเภทกวีหรือกลอนได้ดังต่อไปนี้ The word poem จะเป็นการที่หนึ่งคำและสร้างเพิ่มจำนวนคำขึ้นไปเรื่อยๆ จากหนึ่งไปสองคำ จากสองคำไปยังสามคำ เป็นอีกหลายคำ
การวิเคราะห์วิจารณ์งานเขียน (Response to literature) เป็นข้อเขียนที่กล่าวถึง  การสำรวจตรวจสอบเกี่ยวกับแก่นของเรื่อง (Theme) โครงเรื่อง (Plot) ตัวละครและด้านอื่นๆของบทในหนังสือ หนังสือทั้งเล่มหรือเรื่องที่อ่าน รวมทั้งคำประพันธ์ประกอบร้อยกรอง
                งานเขียนประเภทกลอนหรือกวี (Poetry writing) สามารถแบ่งลักษณะของประเภทกวีหรือกลอนได้ดังต่อไปนี้ The word poem จะเป็นการที่หนึ่งคำและสร้างเพิ่มจำนวนคำขึ้นไปเรื่อยๆ จากหนึ่งไปสองคำ จากสองคำไปยังสามคำ เป็นอีกหลายคำ the syllable poem จะเป็นการนับพยางค์แล้วนำพยางค์ของคำมาเว้นช่วงจังหวะให้ไพเราะ
การวิเคราะห์วิจารณ์งานเขียน (Response to literature) เป็นข้อเขียนที่กล่าวถึง  การสำรวจตรวจสอบเกี่ยวกับแก่นของเรื่อง (Theme) โครงเรื่อง (Plot) ตัวละครและด้านอื่นๆของบทในหนังสือ หนังสือทั้งเล่มหรือเรื่องที่อ่าน รวมทั้งคำประพันธ์ประกอบร้อยกรอง ประกอบด้วย การบรรยายสั้นๆ เกี่ยวกับตัวละครเป็นข้อเขียนที่เน้น การบรรยายถึงตัวละครสำคัญๆ การสรุปโครงเรื่อง

การเขียนเพื่อประกาศแจ้งความ เชิญชวน เช่น การเขียนประกาศของทางราชการ     การเขียนบัตรเชิญเนื่องในโอกาสต่างๆ     การเขียนเพื่อชักจูง เช่น การเขียนโฆษณาหาเสียง การเขียนเพื่อโฆษณาสินค้า  การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นและแนะนำ เช่น การเขียนเพื่อแนะนำแสดงความคิดเห็นใหม่ๆ การเขียนแสดงเหตุผลโต้แย้ง
รูปแบบการเขียนต่างๆมีความแตกต่างกัน โดยจุดประสงค์ในแต่ละประเภทก็ย่อมมีความแตกต่างเช่นกัน การเขียนตามรูปแบบการเขียนที่หลากหลายมีลักษณะแตกต่างกันไปตามจุดประสงค์ของงานเขียน


โครงสร้างพื้นฐาน


โครงสร้างพื้นฐาน

                หลักการที่สำคัญคือต้องให้ได้ใจความของประโยคที่แปล โดยไม่ผิดไปจากความหมายเดิม ไม่จำเป็นต้องรักษาทุก ๆ คำ การแปลคำต่อคำ มิใช่เป็นการแปลที่ถูกต้อง แถมอาจจะสื่อความหมายที่ผิดไปจากข้อความต้นฉบับไปเลยก็ได้เพราะฉะนั้น ผู้แปล ที่ดีต้องรู้จักโครงสร้างของประโยคในภาษาทั้งสองที่ทำการแปลสำหรับภาษาที่มีภาคประธานและภาคแสดง (subject-predicate) เป็นลักษณะเด่นของภาษาอังกฤษก็ว่าได้ เพื่อให้การแปลภาษาไทยเป็นอังกฤษง่ายขึ้น ควรต้องเข้าใจรูปแบบประโยคในภาษาอังกฤษเสียก่อน

ประโยคในภาษาอังกฤษไม่ว่าจะมีซับซ้อนอย่างไรสามารถกระจายออกเป็นรูปโครงสร้างพื้นฐานจับกังก็คือประโยคต่างมาจากประโยคพื้นฐานที่เรียกว่า basic sentence บางคนเรียกว่า Kernel sentence  อย่างไรก็ตามประโยคซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานหมายถึงประโยคที่ประกอบด้วยตัวลุ่นๆ  มีคำน้อยใช้คำเฉพาะแต่ที่จำเป็นในแต่ละแบบใครมีใจความสมบูรณ์ถูกต้องตามหลักภาษาสื่อความหมายตรงไปตรงมา แต่อาจจะขาดความไพเราะ  ไม่สละสลวย  ไม่ได้รสชาติหรือรายละเอียดโครงการตั้งใจของผู้เป็นประโยค เมื่อนำคำวลี หรือข้อความที่เหมาะสมประกอบในตำแหน่งที่ถูกต้องแล้วจึงจะได้ความสละสลวยอยู่ซับซ้อนตามความประสงค์ของผู้แต่ง           ในการแปลประโยคที่ซับซ้อนหรือที่เรียกว่าประโยคโครงสร้างลึก              นั้นถ้าแยกข้อความออกเป็นหน่วยประโยคที่ตั้งอยู่ในที่สุดตามลักษณะของประโยคโครงสร้างพื้นฐานแต่ละแบบแล้ว    จะช่วยให้การวิเคราะห์ความหมายของประโยคได้ดีขึ้น   คณะได้แยกประโยคพื้นฐานไว้ 25 แบบเรียกว่ากระสวนหรือแบบของคำกริยา

แบบของคำกริยาของฮอร์นบี
ฮอร์นบีแบ่งแบบของคำกริยาออกเป็น 25 แบบดั้งนี้
VP 1...Vb +Direct Object
VP 2...Vb+(not)  to +Infinitive,  etc.
 VP 3...Vb +Noun or Pronoun(not) + to Infinitive,  etc.
 VP 4...Vb +Noun or Pronoun+(to be)  +Complement
 VP 5...Vb +Noun or Pronoun +Infinitive,  etc.
 VP 6...Vb+ Noun or Pronoun +Present Participle
VP 7...Vb +Object Adjective
VP 8....Vb +Object +Noun
VP 9...Vb +Object +Past Participle
VP 10...Vb Object Adverb or Adverbial rase,  etc.
  VP 11...Vb +that-clause
 VP 12...Vb+ Noun or Pronoun+ that-clause
 VP 13...Vb + Conjunctive +to+ Infinitive,  etc.
VP 14.  Vb +Noun or Pronoun +Conjunctive +to+ Infinitive etc.
VP 15.  Vb +Conjunctive+ Clause
 VP 16 Vb+Noun or Pronoun +Conjunctive +Clause
VP 17.  Vb +Gerund,  etc. 
VP 18...vb +Direct object+ Preposition+ Prepositional +object
 VP 19...Vb+ Indirect Object + Direct.  Object
VP 20.  vb +(for) + Complement of Distance,  Time.  Price,  etc. 
VP 21Vb +alone
 22...Vb +Predicative
VP 23.  Vo + Adverbial Adjunct
VP 24...Vb + Preposition +Prepositional Object
VP 25... vb + to + Infinitive

การแปลภาษาหนึ่งไปอีกภาษาหนึ่งนั้นถ้าผู้ใดมีความสามารถมีความรู้ดีทั้งสองภาษาการตีความและวิเคราะห์ความหมายของประโยคจะทำได้อย่างรวดเร็วเพียงแต่คิดในใจสำหรับผู้ที่ยังไม่ค่อยชำนาญการแยกประโยคที่ซับซ้อนเป็นประโยคพื้นฐานจะช่วยได้มากเลย
เมื่อสรุปที่สำคัญๆ แล้วจะเห็นได้ว่า โครงสร้างพื้นฐานของประโยคในภาษาอังกฤษมี 25 แบบ ซึ่งควรที่จะจดจำให้แม่นยำ เพราะจะช่วยให้สามารถวิเคราะห์โครงสร้างของประโยคต่าง ๆได้ง่ายขึ้น




https://www.youtube.com/watch?v=97ESmWXfSq0

การแปลบันเทิงคดี



การแปลบันเทิงคดี

บันเทิงคดีหมายถึง  การแปลบันทึกความดีไม่เอาการแปลบันเทิงสวัสดีหมายถึงงานเขียนทุกประเภทที่อยู่ในประเภทของงานวิชาการและสารคดีทั้งนี้หมายรวมถึงงานบริการและร้อยกรองมันเพิ่มเพื่อนดีมีหลายรูปแบบได้แก่นิทาน นวนิยาย เรื่องสั้น บทเพลง บทกวีและอื่นๆ
1.องค์ประกอบของงานเขียนแบบบันเทิงคดี
บันเทิงคดีเป็นงานเขียนที่มีรูปแบบแตกต่างจากสารคดีทั้งในด้านเนื้อหาและองค์ประกอบทางภาษาในด้านเนื้อหานั้นบันเทิงคดีเสนอเนื้อหาสาระที่มีความเป็นจริงบ้างเช่นการเล่าหรือบรรยายชีวิตความเป็นอยู่เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างไรก็ตามผู้เขียนจะสอดใส่ความรู้สึกประสบการณ์ลงไปด้วยคือการถ่ายทอดสาระความรู้ในงานบันเทิงคดีมีความแตกต่างจากการเสนอสิ่งเหล่านี้ในสารคดีผู้เขียนบันทึกคดีมีจุดประสงค์หลักผู้ให้ความบันเทิงแก่ผู้อ่านดังนั้นบันเทิงคดีเป็นการถ่ายทอดสิ่งที่เป็นจินตนาการของผู้เขียนล้วนล้วนๆหรือเป็นการถ่ายทอดจินตนาการของผู้เขียนผสมผสานกับความจริง
ในการแปลบันเทิงสวัสดีผู้แปลต้องคำนึงถึงองค์ประกอบ 2 ประการ องค์ประกอบด้านภาษา (Language  element)และองค์ประกอบที่ไม่ใช่ภาษา( non-Language  element)ซึ่งหมายถึงอารมณ์ช่วงสำรองขององค์ประกอบด้านอารมณ์และท่วงทำนองจะสะท้อนออกไปองค์ประกอบของภาษาดังนั้นองค์ประกอบด้านภาษาจึงเป็นจึงเป็นประเด็นที่ผู้แปลจะต้องให้ความใส่ใจเป็นอย่างยิ่งในการแปลงาน
2 องค์ประกอบด้านภาษาองค์ประกอบด้านภาษา
องค์ประกอบด้านภาษาที่เกี่ยวข้องกับการแปลงงานบันเทิงคดีสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มได้แก่การใช้สรรพนามและคำเรียกบุคคลการใช้คำที่มีความหมายแฝง และภาษาเฉพาะวรรณกรรมเนื่องจากเรากำลังศึกษาและฝึกหัดแปลต้นฉบับภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งมีคำที่ใช้เรียกบุคคลไม่หลากหลายและยุ่งยากเหมือนภาษาไทย การใช้ภาษามีความหมายแฝงและภาษาเฉพาะวรรณกรรมเท่านั้นโดยจะไม่กล่าวถึงการใช้คำเรียกบุคคล
2.1ภาษาที่มีความหมายแฝงคำศัพท์ในภาษาใดใดประกอบด้วยคำศัพท์ที่มีความหมายตรงตัวหรือความหมายตามตัวอักษร
ในการแปลบันเทิงคดีผู้แปลจะต้องให้ความเสียใจต่อคำศัพท์ทุกตัวจะต้องพิจารณาว่าความสุขนั้นมีความหมายตรงตัวอยู่ในสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากความหมายตรงตัวดังนั้นผู้ประดิษฐ์กล้องใช้ความสามารถไหวพริบจินตนาการและใช้วิจารณญาณเพื่อตัดสินว่าคำศัพท์ที่พบในงานชิ้นหนึ่งหนึ่งมีความหมายแขวงใดใดอยู่บ้าง
2.2ภาษาเฉพาะวรรณกรรมหรือโวหารภาพพจน์
บันเทิงคดีมีรูปแบบภาษาเฉพาะหลายชนิดผู้แปลจะต้องรอจะต้องครอบครูและนำมาใช้อย่างเหมาะสมรูปแบบเฉพาะที่ใช้ในบันเทิงคดีเรียกว่าโวหารภาพพจน์เช่น โวหารอุปมาอุปไมยโวหารอุปลักษณ์ โวหารเย้ยหยันเสียดสี โวหารที่ใช้ส่วนหนึ่งแทนทั้งหมด โวหารที่กล่าวเกินความจริงเป็นต้น
ภาษากลุ่มนี้มีลักษณะเด่นประการหนึ่งคือการสืบทอดวัฒนธรรมด้านต่างๆลงไปในตัวภาษาได้แก่ วัฒนธรรมการกินอยู่ แต่งกาย การงานอาชีพ รวมทั้งภูมิอากาศ ดินฟ้า ความเชื่อศาสนาเศรษฐกิจ การเมือง ภาษากลุ่มนิยมใหญ่ทุกเพศทุกมุมของวัฒนธรรมและอารยธรรมของมนุษย์ชาติโดยถ่ายทอดผ่านภาษาอย่างไรก็ตามเนื่องจากแต่ละชาติแต่ละภาษามีวัฒนธรรมเฉพาะของชาติเมื่อความเป็นเอกลักษณ์ใดๆของชาติสะท้อนออกมาในวรรณกรรมภาษาหนึ่งและคนอื่นๆซึ่งไม่มีลักษณะดังกล่าวอ่านวรรณกรรมนั้นจึงอาจไม่เข้าใจหรือเข้าใจผิดได้ดังนั้นในการแปลภาษาคุณมีผู้แปลต้องศึกษารายละเอียดของวัฒนธรรมภาษาทั้งในภาษาไทยและภาษามากอย่างลึกซึ้ง
โวหารภาพพจน์อาจจะปรากฎในการเขียนปกติหรือการเขียนเฉพาะอย่างเช่นปรากฏในสุภาษิต คำคม คำพังเพย เป็นต้น
สำหรับการเรียนและการฝึกแปลภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษในระดับเบื้องต้นนี้ผู้เรียนจะต้องรู้จักและทำความคุ้นเคยกับโวหารภาพพจน์ดังกล่าวโดยเฉพาะวงศ์หารอุปมาอุปไมยซึ่งเป็นโวหารภาพพจน์ที่จะปรากฏบ่อย โวหารชนิดนี้มีลักษณะภาษาชัดเจนดังหัวข้อต่อไปนี้คือ
2.2.1รูปแบบของโวหารอุปมาอุปไมยโวหารอุปมาอุปไมยคือการสร้างใกลวิธีการเปรียบเทียบเพื่อชี้แจงอธิบายอยู่ในสิ่งที่กล่าวมาถึงไม่ชัดเจนและเห็นภาพปวดมากขึ้นข้อสังเกตโวหารอุปมาอุปไมยทางในภาษาอังกฤษและภาษาไทยมักมีคำที่ใช้เป็นลักษณะเฉพาะของภาษาชนิดนี้อยู่อย่างชัดเจน
โวหารอุปมาอุปไมยอังกฤษคัดลอกจากSpeara and Schinke-Llanoโวหารอุปมาอุปไมยไทยได้จากการได้ยินได้ฟังและอยู่ในความทรงจำในฐานะที่เป็นคนไทยและอยู่ในวัฒนธรรมไทยโวหาร    อุปมาอุปไมยทั้งในภาษาไทยและภาษาอังกฤษมักเกี่ยวข้องกับการเปรียบเทียบ 3 ประเภทคือการเปรียบเทียบคำนามกับคำนาม เปรียบเทียบคำกริยากับกิริยา ในการแปรต้นฉบับภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษซึ่งมีองค์ประกอบทางไวยากรณ์ชัดเจนตายตัวผู้แปลต้องเข้มงวดและยึดหลักไวยากรณ์อย่างเคร่งครัดโดยเฉพาะในการแปลโวหารอุปมาอุปไมยที่เป็นการเปรียบเทียบเสมือนการสมมุติอาจเป็นการสมมุติสิ่งที่เป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้สำหรับภาษาไทยไม่ว่าโวหารอุปมาอุปไมยจะเป็นการสมมุติแบบใดๆโครงสร้างของภาษาก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่สำหรับแปลภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษผู้แปลจะต้องวิเคราะห์การใช้โวหารอุปมาอุปไมยในต้นฉบับให้ถูกต้องว่าเป็นแบบไหน

สามารถสรุปได้ว่า งานแปลวรรณกรรมนั้นมีถึง 9 ประเภทด้วยกันได้แก่ หลักการแปลนวนิยาย หลักการแปลบทบรรยาย หลักการแปลวรรณกรรม หลักการแปลบทละคร หลักการแปลเรื่องเล่า หลักการแปลบทภาพยนตร์ หลักการแปลการ์ตูน หลักการแปลกวีนิพนธ์ หลักการแปลนิทาน  หรืออาจจะมีมากกว่านี้อีก ซึ่งทุกหลักการแปลทุกประเภทจะมีลักษณะคล้ายกันคือ จะต้องอ่านหลายๆครั้งโดยอ่านให้รู้ว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ทำไม และค้นหาความหมายจากหลายแหล่งข้อมูล พร้อมทั้งเลือกใช้ภาษาให้ถูกต้องตามจุดประสงค์ของงานแต่ละงานเขียน

การถ่ายทอดตัวอักษร(Transliteration)


การถ่ายทอดตัวอักษร(Transliteration)


การถ่ายทอดตัวอักษรการถ่ายรูปตัวอักษรหมายถึงการนำความในภาษาหนึ่งมาเขียนด้วยตัวอักษรของอีกภาษาโดยพยานให้การเขียนในป่าสมัยนี้ถ่ายทอดเสียงของคำในภาษาเดิมให้ใกล้เคียงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้การถ่ายทอดตัวอักษรมีบทบาทในการแปลจากภาษาหนึ่งไปอีกภาษาหนึ่งในกรณีต่อไปนี้

1 เมื่อในต้นฉบับมีคำที่ใช้แทนชื่อเฉพาะของสิ่งต่างๆเช่นชื่อคนชื่อสถานที่ชื่อแม่น้ำภูเขาและชื่อสถาบันต่างๆ
2 เลือกคำในภาษาต้นฉบับมีความหมายอ้างอิงถึงสิ่งเป็นรูปธรรมหรือนามธรรมที่ไม่มีในสังคมของภาษาฉบับแรกจึงไม่มีควันเทียบเคียงให้( equivalent word)เช่นคำที่ใช้เรียกต้นไม้สัตว์และกิจกรรมบางชนิดความคิดบางประเภทมีในภาษาอังกฤษแต่ไม่มีในภาษาไทยเพราะยังไม่มีการบัญญัติศัพท์ขึ้นกรณีเช่นนี้ผู้แปลอาจจะแก้ปัญหาได้ 2 อย่าง 1. ใช้วิธีให้คำนิยามคือคำอธิบายบอกลักษณะคำเดิม  2.ใช้ทับศัพท์โดยทั่วไปเรามักจะใช้นิยมคำเดิมจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเขียนคำนั้นในฉบับแปลด้วยตัวอักษรของฉบับแปลในการทำดังนี้ผู้แปลควรยึดหลักปฏิบัติในการถ่ายทอดเสียงของคำดังต่อไปนี้ 

1 ให้อ่านคำนั้นเพื่อให้รู้ว่าคำนั้นออกเสียงอย่างไร
2.ภาษาทุกภาษามีเสียงพยัญชนะและสระตรงกันเป็นส่วนมากและผู้แปลจะหาตัวอักษรมาเขียนแทนได้เลย
3.เมื่อกำหนดตัวอักษรทำไมพูดแล้วตัวใดตัวหนึ่งฟังเสียงใดเสียงหนึ่งแล้วให้ใช้ตัวนั้นตลอดไปอย่าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
4.สำหรับการยืมคำศัพท์มาใช้โดยเขียนลงเป็นภาษาในฉบับแปลพ่อกำนันยังไม่เป็นที่แพร่หลายให้วงเล็บคำเดิมในต้นฉบับไว้ด้วย

สรุปการถอดอักษรตามวิธีเขียนเป็นการถอดตามตัวอักษรทุกตัวที่มีอยู่ในคำนั้น มีข้อดีคือทราบที่มาของคำนั้น สามารถสะกดคำได้และสามารถถอดอักษรกลับไปยังคำเดิมได้ ข้อด้อยคืออ่านออกเสียงได้ยากและบางคำที่ถอดออกมามีมากเกินความจำเป็นในการออกเสียง